~.:.~ ЄäSS@ИΘvå ® ~.:.~

คฤหาสน์แห่งการเรียนรู้ และ การแบ่งบัน
 
เธšเน‰เธฒเธ™เธŠเนˆเธงเธขเน€เธซเธฅเธทเธญเธ„เน‰เธ™เธซเธฒเธชเธกเธฑเธ„เธฃเธชเธกเธฒเธŠเธดเธ(Register)เธฃเธฒเธขเธŠเธทเนˆเธญเธชเธกเธฒเธŠเธดเธเธเธฅเธธเนˆเธกเธœเธนเน‰เนƒเธŠเน‰เน€เธ‚เน‰เธฒเธชเธนเนˆเธฃเธฐเธšเธš(Log in)

Share | 
 

 ถอดรหัสความปวด ปวดหัว ปวดไหล่ ปวดเนื้อ ปวดตัว

เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธเนˆเธญเธ™เธซเธ™เน‰เธฒ เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธ–เธฑเธ”เน„เธ› Go down 
เธœเธนเน‰เธ•เธฑเน‰เธ‡เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก
little_pla
รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด
รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 56
Registration date : 05/03/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: ถอดรหัสความปวด ปวดหัว ปวดไหล่ ปวดเนื้อ ปวดตัว   Wed Apr 25, 2007 9:43 am

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 15 มีนาคม 2550 07:34 น.

สารพัดสาระพันอาการปวดทั้งหลายเหล่านี้ ไม่ว่าใครต่างเคยโดนพิษสงเล่นงานมาแล้วทั้งสิ้น แต่ปัญหาก็คือ แทบไม่มีใครศึกษากันอย่างจริงๆ จังๆ ว่า อาการปวดที่ซุกซ่อนอยู่ในร่างกายของเราและแผลงฤทธิ์มากบ้างน้อยบ้าง ผลุบๆโผล่ๆในชีวิตประจำวันนั้น จะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรและกินระยะเวลายาวนานเพียงใด



ความปวด ปัญหาที่ไม่มีใครอยากเจอ


คงมีแต่เพียงคำพูดติดตลกที่นำมาใช้แซวกันขำๆว่าา ‘แก่’ หรือ ‘สูงวัย’ แล้ว เมื่อใครสักคนบ่นว่าปวดเมื่อย เพราะความเข้าใจที่ว่าความปวดเมื่อยมักเป็นโรคที่อยู่คู่กับผู้สูงอายุ

อย่างไรก็ตาม สำหรับหนุ่มๆสาวๆ เองเคยได้ลองสังเกตตัวเองบ้างหรือไม่ว่าวันๆหนึ่งตัวเองรู้สึกเมื่อยล้าตามร่างกายกี่ครั้ง โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ชีวิตกว่าครึ่งค่อนวันฝากไว้ในออฟฟิศ ติดหนึบอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์

...ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมาช่วยกัน “ถอดรหัส” สัญญาณเตือนภัยเหล่านี้กันให้ละเอียดรอบคอบ เพราะนี่ไม่ใช่ปัญหาธรรมดาที่จะมองข้ามกันได้อีกต่อไป

-1-
รศ.นพ.ประดิษฐ์ ประทีปะวณิช นายกสมาคมการศึกษาเรื่องความปวดแห่งประเทศไทย ให้นิยามความปวดเอาไว้ว่า หมายถึงความรู้สึกไม่สบายกายหรือจิตใจจากการบาดเจ็บเนื้อเยื่อหรือประสบการณ์ทางอารมณ์ รวมถึงภาวะที่เป็นแนวโน้มถึงการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อด้วย

ทั้งนี้ ความปวดตามร่างกายนับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ ซึ่งทุกครั้งที่รู้สึกมีอาการปวดก็สามารถตีความหมายได้ว่าในขณะนั้นร่างกายได้ส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่าง และความปวดนี้เป็นโรคที่พบในทุกเพศทุกวัย แต่มีน้อยคนที่จะให้ความสนใจเพราะอาการปวดนั้นไม่ได้เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตหรือหากจะมีก็เป็นเพียงส่วนน้อย แต่เป็นบ่อยๆ เข้าก็มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้เช่นกัน

ที่สำคัญคือ เมื่อมีอาการปวดบ่อยๆ เข้าก็จะชักนำไปสู่การเกิดภาวะปวดชนิดที่เรียกว่า ‘เรื้อรัง’ ได้ อย่างไรก็ตาม หากใครที่เริ่มสงสัยว่าตนเองปวดถึงขั้นเรื้อรังหรือไม่ ก็สามารถใช้ระยะเวลาเป็นเครื่องมือในการวัดคือต้องมีอาการต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 3 เดือนขึ้นไป

“ปัจจุบันนี้มีประชากรผู้ใหญ่ 1 ใน 5 คนทั่วโลกตกอยู่ในภาวะความปวดเรื้อรัง โดยภาวะดังกล่าวอาจกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญที่สุดปัญหาหนึ่งได้ เนื่องจากจำนวนประชากรสูงอายุและผู้ป่วยโรคอื่นที่เกี่ยวข้องมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ความปวดจากการอักเสบ และความปวดที่เกี่ยวเนื่องกับระบบประสาท”





รศ.นพ.ประดิษฐ์อธิบายเพิ่มเติมถึงความปวดทั้ง 2 ประเภทที่กล่าวมาแล้วว่าความปวดจากการอักเสบมีสาเหตุมาจากอาการโรคข้ออักเสบชนิดข้อเสื่อม ถือเป็นโรคที่พบได้มากที่สุดซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีการแตกของกระดูกอ่อนบริเวณข้อ มักเกิดขึ้นกับข้อที่ต้องแบกรับน้ำหนัก เช่นสะโพก เข่า และบริเวณหลังส่วนล่าง โรคนี้มักจะมีความสัมพันธ์กับความชรา แต่ปัจจัยอื่นๆก็เป็นสาเหตุของการเกิดโรคได้ เช่น ความอ้วน หรือกรรมพันธุ์ และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ที่มักจะพบในเพศหญิงช่วงอายุ 30-50 ปี

ส่วนความปวดที่เกี่ยวเนื่องกับระบบประสาท ได้แก่ ความเจ็บปวดที่ระบบประสาทรอบนอก เป็นผลสืบเนื่องจากการป่วยด้วยโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคงูสวัด โดยจะมีอาการเจ็บแปลบเรื้อรังเป็นๆหายๆ และความเจ็บปวดที่ประสาทส่วนกลาง ซึ่งรวมถึงการบาดเจ็บของกระดูกสันหลังโดยตรงหรือบริเวณอื่น เช่น มีอาการเจ็บปวดบริเวณปลายมือและเท้าหลายแห่ง เป็นต้น

“อาการปวดนอกเหนือจากสาเหตุที่มาจากโรคต่างๆที่ว่ามาแล้วนั้น ปัจจุบันโดยเฉพาะคนในวัยทำงานที่ต้องนั่งอยู่ในออฟฟิศทั้งวันก็มักจะพบกับอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวเพราะต้องนั่งทำงานทั้งวัน ร่างกายไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว ถือเป็นการดำเนินชีวิตด้วยพฤติกรรมแบบผิดๆ จนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรังอย่างไม่รู้ตัวหรือเรียกอีกอย่างว่าเป็น ‘ออฟฟิศซินโดรม’ ซึ่งนับวันจะมีปริมาณผู้ป่วยด้วยโรคนี้สูงขึ้น และไม่ค่อยมีคนให้ความใส่ใจเพราะจะเป็นๆหายๆ กระทั่งเป็นมากจนร่างกายทนไม่ไหวถึงไปพบแพทย์”

-2-
อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า อาการปวดจนกลายสภาพเป็นโรคปวดเรื้อรังนั้นล้วนมาจากพฤติกรรมเสี่ยงและการดำเนินชีวิตในรูปแบบผิดๆ ซึ่งเกิดขึ้นมากในสังคมทุกวันนี้ ทว่า เมื่อมันมาเยือนหรือย่างกรายเข้ามาแล้วเราคงต้องเตรียมตั้งมือรับ

สำหรับการเยียวยาภาวะปวดเรื้อรังนั้น รศ.นพ.ประดิษฐ์บอกว่า หากพบว่าตนเองหรือบุคคลใกล้ชิดมีอาการปวดไม่ว่าจะลักษณะใด ถ้านานกว่า 3 เดือนอย่าได้นิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปวดโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าขณะนี้ตามโรงพยาบาลใหญ่หลายแห่งในประเทศไทยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนี้แล้ว เพื่อทำการวินิจฉัยและรับการบำบัดรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเองหรือบำบัดด้วยตนเอง เพราะยิ่งจะทำให้การรักษายากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้ป่วยนั้น นอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพชีวิตและจิตใจของผู้ป่วยแล้ว ยังก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจด้วย โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้วมีสูงถึงกว่าร้อยละ 30 แต่โดยมากมักได้รับการรับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาต่ำกว่าที่ควร โดยแนวโน้มดังกล่าวได้แพร่มาถึงภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก อย่างในฮ่องกงมีผู้ป่วยด้วยโรคปวดเรื้อรังสูงถึง 560,000 คน จากจำนวนประชากรทั้งหมด 5.3 ล้านคน ซึ่งพบว่าผู้ป่วยในภูมิภาคนี้ส่วนมากจะเลือกวิธีการรักษาด้วยการแพทย์ทางเลือก เช่น การนวดจุด การกินยาสมุนไพร หรือซื้อยามากินเอง ซึ่งเป็นการรักษาที่ไม่ตรงจุดและให้ผลไม่แน่นอน

“หากมีอาการปวดเกิดขึ้นต้องเริ่มตีโจทย์ในร่างกายตัวเองให้ได้ โดยใช้พื้นฐานง่ายๆ คือ ร่างกาย จิตใจ สังคม ต้องค่อยๆพิจารณาไปทีละข้อว่าเรามีสาเหตุมาจากอะไรที่ทำให้ปวด ส่วนวิธีการรักษานอกจากพบแพทย์แล้วนั้น แนะนำให้ออกกำลังกาย เช่น การเล่นโยคะ พร้อมกับปรับปรุงพฤติกรรม คือหากมีสาเหตุมาจากการทำงานที่ต้องนั่งทั้งวันก็ต้องหมั่นขยับร่างกายบ้าง นี่ถือเป็นการรักษาแบบผสมผสาน” รศ.นพ.ประดิษฐ์ฝากไว้ทิ้งท้าย



การฝึกโยคะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อช่วยลดปัญหาความปวดที่เกิดขึ้น


-3-

แน่นอนว่าเมื่อกล่าวถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยบำบัดและบรรเทาอาการปวดสิ่งหนึ่งที่นึกถึงก็คือการออกกำลังกาย ซึ่ง ‘โยคะ’ ดูเหมือนจะเป็นศาสตร์ทางเลือกที่กำลังอินเทรนด์กันมากในขณะนี้

ชมชื่น สิทธิเวช หรือ ครูหนู ปรมาจารย์ด้านโยคะแห่งสถาบันบ้านโยคะได้อธิบายว่าวิถีของโยคะไม่ใช่การรักษาโรค แต่เป็นทางเลือกให้แก่ทุกคนได้ลองปฏิบัติเพื่อสามารถบรรเทาและป้องกันจากโรคภัยไข้เจ็บที่เราไม่อยากให้เป็นได้ ถ้าเลือกนำมาใช้ให้ถูกวิธี

สำหรับโรคเรื้อรังอย่างเช่นอาการปวดนั้น ผู้ที่มีอาการควรไปปรึกษาแพทย์เสียก่อนว่าการออกกำลังกายสามารถช่วยได้บำบัดได้หรือไม่ หากแพทย์ระบุว่าสามารถทำได้ โยคะก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าลองอย่างมาก

ทั้งนี้ โยคะที่เห็นตามสื่อทั่วไปมักนำเสนอแต่ท่าทางที่ปฏิบัติตามยาก แต่สวยงามมากด้วยสรรพคุณชวนให้ลองทำตาม ขณะที่ครูหนูกลับบอกว่าโยคะคือการยืดกล้ามเนื้อ กระดูกสันหลัง แต่ต้องไม่ถึงกับทำให้ตัวเองเกร็งจนเกินไป อยู่ในท่าสบายๆ การยืดตัวกอรปกับการหายใจเข้า-ออกลึกๆ จะทำให้ปอดขยาย ซึ่งคนทำงานส่วนใหญ่มักพบกับปัญหาสุขภาพเพราะอิริยาบถขณะนั่งทำงานในออฟฟิศ ดังนั้น ควรหันมาเตือนสติตัวเองอยู่เสมอคือต้องรู้จักจัดสรีระของตัวเองให้ถูกต้อง และหมั่นผ่อนคลายบ่อยๆ

“ท่าโยคะง่ายๆที่จะแนะนำซึ่งสามารถทำกันได้ในที่ทำงานคือ ขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้ให้ยืดตัวตรงแล้วหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นหายใจออกด้วยการกระแทกลมหายใจแรงๆ จะเป็นเหมือนการได้ปลดปล่อย และต้องหมั่นฝึกลมหายใจโดยพยายามหายใจช้าๆ เบาๆ หายใจเข้าท้องต้องป่อง หายใจออกท้องต้องยุบ การหายใจที่ดีจะช่วยให้ร่ายการเราเกิดความสมดุลได้” ครูหนูกล่าวทิ้งไว้เป็นข้อคิด

_________________

เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
 
ถอดรหัสความปวด ปวดหัว ปวดไหล่ ปวดเนื้อ ปวดตัว
เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธเนˆเธญเธ™เธซเธ™เน‰เธฒ เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธ–เธฑเธ”เน„เธ› เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ 
เธซเธ™เน‰เธฒ 1 เธˆเธฒเธ 1

Permissions in this forum:เธ„เธธเธ“เน„เธกเนˆเธชเธฒเธกเธฒเธฃเธ–เธžเธดเธกเธžเนŒเธ•เธญเธš
~.:.~ ЄäSS@ИΘvå ® ~.:.~ :: @ Computer @ :: & สาระทั่วไป-
เน„เธ›เธ—เธตเนˆ: